เรื่องนี้เคยโพสลงในเพจ RUEE ไปแล้วนะครับ (อ่านเพิ่มเติม) วันนี้เอามาเล่ากันใหม่ให้เคลียร์ครับ เด่วจะตื่นตระหนกกันว่าหน้ากากที่ไม่ผ่านการทดสอบ VFE จะไม่สามารถใช้ได้ในช่วงโควิดระบาด ป้องกันไวรัสไม่ได้อย่างที่หลายท่านกังวล
เท่าที่ผมทราบยังไม่มีมาตรฐานใด (ASTM F2100, EN14683, EN149, NIOSH 42 CFR 84, GB 2626-2019, มอก. 2424-2562 และ มอก. 2480-2562) กำหนดว่าหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95/KN95/KF94/JN95 ต้องมีการทดสอบประสิทธิภาพการกรองไวรัส (Viral Filtration Efficiency) หรือ VFE แต่ถ้าใครมีอัพเดทเกี่ยวกับมาตรฐานที่กำหนดให้มีการทดสอบการกรองไวรัสมาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
ถามว่ามีวิธีการทดสอบการกรองไวรัสไหม? มีครับ…ในปัจจุปันมีการทดสอบประสิทธิภาพการกรองไวรัสของหน้ากากอนามัยโดยใช้วิธีการและขั้นตอนเดียวกับการทดสอบประสิทธิภาพการกรองแบคทีเรีย (Bacterial Filtration Efficiency) หรือ BFE ตามมาตรฐาน ASTM F2101 และ EN14683 แต่ต่างกันตรงที่ใช้ตัวทดสอบเป็น Bacteriophage phiX174 (เป็นสายเดี่ยว DNA (ssDNA ) ไวรัสที่ติดเชื้อ Escherichia coli และจีโนม ที่ใช้ดีเอ็นเอตัวแรกเรียงลำดับ) หรือเรียกว่าไวรัสของแบคทีเรีย (Bacterial virus) โดยควบคุมไว้ที่ 1,100-3,300 plaque-forming units (PFU) ที่ขนาดอนุภาคเฉลี่ยที่ 3.0 ± 0.3 ไมครอน (2.7 – 3.3 ไมครอน ขนาดอนุภาคเทียบเท่าอนุภาคแบคทีเรียครับ)
แต่อย่างไรก็ตาม อนุภาคของไวรัสโคโรนา2 (SARS-CoV-2) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางในช่วง 50 – 140 นาโนเมตร หรือ 0.05-0.14 ไมครอน (อ่านเพิ่มเติม ) ถ้าเทียบขนาดกันแล้ว Bacteriophage phiX174 มีขนาดอนุภาคใหญ่กว่าอนุภาคของไวรัสโคโรนา2 หลายเท่ามากครับ ดังนั้น การทดสอบ VFE ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถกันไวรัสโคโรนา2 ได้ครับ! ด้วยกายภาพของไวรัสที่ต่างกัน
ดังนั้น ในการทดสอบหน้ากากอนามัยตามมาตรฐาน ASTM F2100 จึงได้กำหนดให้มีการทดสอบประสิทธิภาพการกรองทั้งแบคทีเรีย (BFE) และอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน (PFE) เนื่องจากอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน มีขนาดเทียบเท่าอนุภาคของไวรัสตามที่ได้กล่าวมาในข้างต้น จึงถือได้ว่าอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอนเป็นตัวแทนของอนุภาคไวรัส ถ้าหน้ากากอนามัยสามารถกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน ได้ก็เท่ากับว่าสามารถกรองอนุภาคไวรัสได้ โดยประสิทธิภาพการกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน ต้องได้ประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 95% โดยพื้นฐานแล้วหน้ากากอนามัยต้องมีการทดสอบทั้ง BFE และ PFE
สำหรับหน้ากาก N95 หรือหน้ากากกรองอากาศตามมาตรฐาน NIOSH 42 CFR 84 ของอเมริกาหรือเทียบเท่ามาตรฐานยุโรบก็คือ FFP2 ในการทดสอบตาม 42 CFR 84 จะทดสอบการกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอน ที่อัตราการไหล 85 ลิตรต่อนาที ต้องได้ประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 95% ส่วนที่ถามว่าสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กที่มีขนาดเทียบเท่าไวรัสได้ไหม? ในทางทฤษฏีการกรองอนุภาคด้วยแผ่นกรองแบบ Non-woven ของหน้ากาก N95 ขนาดอนุภาคที่สามารถผ่านทะลุแผ่นกรองได้ง่ายที่สุดคืออนุภาคขนาด 0.3 ไมครอน จึงเป็นที่มาของการใช้อนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนในการทดสอบประสิทธิภาพการกรองหน้ากาก N95 (อ่านเพิ่มเติม) ถ้าหน้ากากสามารถกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้ ก็ย่อมกรองอนุภาคขนาดอื่นๆได้เช่นกันครับ ปกติแล้วหน้ากาก N95 สามารถกรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.007 ไมครอน
สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพการกรองกับไวรัสโคโรนา2จริงๆกับหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 ยังทำได้ยาก ถ้าทำได้อาจมีค่าใช้จ่ายสูงมากครับ ห้อง Lab. ทดสอบต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงในการควบคุมการแพร่กระจายและการระบาดของไวรัสโคโรนา2ครับ
และผมเชื่อว่ายังไม่มีหน้ากากใดมีการทดสอบกับไวรัสโคโรนา2จริงๆครับ ส่วนใหญ่หน้ากากที่เคลมว่าสามารถกันไวรัสหรือเชื้อโรคหรือโควิดได้ ผมคิดว่าน่าจะผ่านการทดสอบ VFE กับ Bacteriophage phiX174 ตามที่ได้กล่าวมาในข้างต้นมากกว่าครับ